วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อ่างทอง อู่ข้าวอู่น้ำแห่งที่ราบภาคกลาง

คำขวัญประจำจังหวัด 
         
            คือ พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

ที่ตั้งและอาณาเขต

จังหวัดอ่างทองเป็นพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง พิกัดภูมิศาสตร์เส้นรุ้งที่ 14 องศา 35 ลิปดา 12 พิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 100 องศา 27 ลิปดา ห่างจากกรุงเทพมหานครมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (บางปะอิน-พยุหะคีรี) ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร และเส้นทางเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาถึงตลาดท่าเตียน ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร มีรูปร่างลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีส่วนกว้างตามแนวทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก และส่วนยาวตามแนวทิศเหนือถึงทิศใต้ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 40 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 968.372 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 605,232.5 ไร่ และมีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอค่ายบางระจัน อำเภอพรหมบุรี อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี และอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอผักไห่และอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช และอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอศรีประจันต์ อำเภอสามชุก และอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

ภูมิประเทศ

จังหวัดอ่างทอง มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินเป็นดินเหนียวปนทราย พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การปลูกข้าว ทำไร่ ทำนา และทำสวน และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 2 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายแขนงที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง ซึ่งไหลผ่านอำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก รวมระยะทางที่ไหลผ่านจังหวัดอ่างทองประมาณ 40 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศจัดอยู่ในโซนร้อนและชุ่มชื้น เป็นแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้อากาศหนาวเย็น และแห้งแล้งในช่วงนี้ และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ทำให้มีเมฆมากและฝนตกชุกในช่วงนี้

ที่มา : นายพะนอม แก้วกำเนิด.จังหวัดอ่างทองอู่ข้าวอู่น้ำของภาคกลาง.คุรุสภาลาดพร้าว:กรุงเทพฯ,๒๕๓๔.


การเลี้ยงห่าน

การเลี้ยงห่าน
การเลี้ยงห่านเพื่อการค้าที่เลี้ยงตั้งแต่ 5-10 ตัว ขึ้นไป จนถึงมากกว่า 100 ตัว มักนิยมเลี้ยงด้วยการปล่อยในคอกหรือเลี้ยงปล่อยตามทุ่ง โดยมีสระน้ำหรืออ่างน้ำเพื่อให้ห่านเล่นน้ำ และผสมพันธุ์ เนื่องด้วยพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของห่านมักใช้แหล่งน้ำเป็นสถานที่ผสมพันธุ์

   ส่วนแหล่งอาหารจะให้หญ้าชนิดต่างๆเป็นแหล่งอาหาร ทั้งในรูปเก็บหญ้าสดมาให้หรือการปล่อยเลี้ยงในแปลงหญ้า ร่วมกับการให้อาหารข้นเสริมในระยะต่างๆ ได้แก่
   1. ระยะหยุดการวางไข่
ระยะหยุดวางไข่จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ที่เป็นระยะหยุดวางไข่ ซึ่งระยะนี้อาจไม่จำเป็นต้องให้อาหารข้นก็ได้ เพียงให้อาหารหยาบพวกหญ้า และพืชผักต่างๆเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ห่านอ้วนเกินไปก่อนถึงระยะวางไข่
   2. ระยะวางไข่
ระยะวางไข่ เป็นระยะที่ห่านต้องการสารอาหารมากขึ้นสำหรับการสร้างไข่ จำเป็นต้องให้อาหารข้นเสริมเป็นหลักนอกเหนือจากอาหารหยาบที่เป็นหญ้า และพืชผัก
   สำหรับการเลี้ยงโดยไม่มีแปลงหญ้าหรือการเลี้ยงในคอก การให้อาหารข้นมักให้ร่วมกับอาหารหยาบที่หามาให้ ด้วยการสับหญ้าหรือผักต่างๆเป็นชิ้นๆ คลุกผสมกับอาหารข้น ด้วยการผสมน้ำเล็กน้อยพอให้อาหารจับตัวเป็นก้อน
   ส่วนการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม มักเลี้ยงเพียง 2-4 ตัว ที่เป็นพ่อแม่พันธุ์เท่านั้น โดยการปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในพื้นที่รอบบ้านหรือตามทุ่งนา ซึ่งผู้เลี้ยงอาจให้อาหารที่สามารถหาได้ง่าย เช่น หญ้าหรือผักชนิดต่างๆ ร่วมกับการให้ห่านหากินเองตามธรรมชาติ




ที่มา : ดร.สุภัททา ปิณฑะแพทย์.การเลี้ยงห่านแบบชาวบ้าน.บิ๊กบุ๊ค เซนเตอร์:กรุงเทพฯ,๒๕๔๙.

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ดาวเทียม

ดาวเทียม (satellite) คือ สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์คิดค้นขึ้น ที่สามารถโคจรรอบโลก โดยอาศัยแรงดึงดูดของโลก ส่งผลให้สามารถโคจรรอบโลกได้ในลักษณะเดียวกันกับที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ วัตถุประสงค์ของสิ่งประดิษฐ์นี้เพื่อใช้ ทางการทหาร การสื่อสาร การรายงานสภาพอากาศ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เช่นการสำรวจทางธรณีวิทยาสังเกตการณ์สภาพของอวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ รวมถึงการสังเกตวัตถุ และดวงดาว ดาราจักร ต่างๆ

ประเภทของดาวเทียม
๑.ดาวเทียมสื่อสาร
๒.ดาวเทียมสำรวจ
๓.ดาวเทียมพยากรณ์อากาศ
๔.ดาวเทียมทางการทหาร
๕.ดาวเทียมทางการวิทยาศาสตร์
๖.ดาวเทียมทำแผนที่
๗.ดาวเทียมเพื่อการนำร่อง
๘.ดาวเทียมโทรคมนาคม
๙.ดาวเทียมภาระกิจพิเศษ

ที่มา: ปาร์เคอร์ สตีฟ.ชุดวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ดาวเทียม.กรุงเทพฯ:สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ,๒๕๔๕.

ว่านมหาเสน่ห์

ว่านมหาเสน่ห์

ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี
ความสูง: ๓๐-๕๐ เซนติเมตร
ลำต้น: ใต้ดินเป็นเหง้าทอดเลื้อย รูปกลมถึงรีขนาดเล็ก แตกแขนงเป็นไหลเล็กยาว ๑๒-๒๕ เซนติเมตร ข้อห่าง เนื้อในหัวสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมมาก ลำต้นเล็ก
ใบ: เดี่ยว เรียงสลับ ระนาบเดียว รูปใบหอก โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ใต้ใบอ่อนมีสีเขียวอมแดงอ่อน พอแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียว
ดอก: ช่อดอกออกจากเหง้าใบประดับเล็ก ๆ ปลายแหลม สีแดงอ่อน ดอกสีขาว กลีบปากสีขาวมีแถบกลาง
สีเหลืองอมส้ม
ดิน: ดินร่วน
น้ำ: ปานกลาง เมื่อถึงฤดูหนาวจะพักตัว ควรงดให้น้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เหง้าเน่าเสียหาย
แสงแดด: รำไร
ขยายพันธุ์: แยกเหง้า
การใช้งานและอื่นๆ : เป็นว่านเสี่ยงทายโชคลาภและเสน่ห์เมตตามหานิยม หากปลูกไว้หน้าบ้านช่วยให้ค้าขายดี โดยเฉพาะตอนออกดอก จะทำให้ลูกค้างวยงงหลงใหล สรรพคุณเช่นเดียวกับว่านดอกทอง บางท่านเรียกว่า ว่านดอกทอง ซึ่งให้คุณเช่นเดียวกัน


ที่มา: ธวัชชัย อินทุใส.ว่าน ยา-เสน่ห์มหามงคล.กรุงเทพ:มติชน, ๒๕๔๔.

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว

ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว หมายถึง จุดเริ่มต้นของการเกิดแผ่นดินไหว แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ
  • แผ่นดินไหวระดับลึก คือ จะเกิดที่ความลึกประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร จากผิวโลก พบที่บริเวณแผ่นธรณีภาคมุดตัวลงใต้ แนวการเกิดแผ่นดินไหวเดียวกับร่องทะเลและแนวภูเขาไฟ
  • แผ่นดินไหวระดับกลาง คือ เกิดที่ความลึกระหว่าง ๗๐ ถึง ๓๐๐ กิโลเมตร จากผิวโลก พบที่บริเวณแผ่นธรณีภาคที่เคลื่อนจากกัน
  • แผ่นดินไหวระดับตื้น คือ เกิดที่ความลึกจากผิวโลกลงไป ๗๐ กิโลเมตร พบที่บริเวณแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่่านกัน 





ที่มา : ทวีศักดิ์ บุญบูชาไทย.โลกดาราศาสตร์.กรุงเทพ:พ.ศ.พัฒนา,๒๕๕๕.

ข้อควรระวังในการใช้กล้องจุลทรรศน์

๑.ไม่ควรตั้งกล้องไว้กลางแดด และควรวางกล้องในที่สว่าง บนพื้นราบแนวระดับ
๒.ใส่เลนส์ใส่ตาก่อนใส่เลนส์ใกล้วัตถุ (เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นผงตกลงบนเลนส์ใกล้วัตถุ)
๓.ควรเริ่มใช้เลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยายต่ำๆก่อน (เลนส์กำลังขยายต่ำๆ จะทำให้เห็นภาพในมุมกว้าง)
๕.ค่อยๆวางแผ่นปิดสไลด์ (มิฉะนั้นอาจมีฟองอากาศเข้าไปในแผ่นสไลด์ ทำให้เห็นแต่ฟองอากาศ)






ที่มา : อังคณา รัตนจันทร์.โดเรม่อนสอนวิทยาศาสตร์.กรุงเทพฯ:นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น,๒๕๔๖.

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ระบบสืบพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ ๕ เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.๒๕๖๐

ระบบสืบพันธุ์ แบ่งออกเป็น 
  1. ระบบสืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วย ลึงค์หรือองคชาต ลูกอัณฑะ ท่อสร้างเชื้ออสุจิ หลอดเก็บตัวอสุจิ ถุงเก็บน้ำอสุจิ ท่อนำอสุจิ และท่อปัสสาวะ 
  2. ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วย รังไข่ ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก  มดลูก และอวัยวะเพศหญิง
หน้าที่สำคัญของระบบสืบพันธุ์คือการสร้างเซล์สืบพันธุ์และการสืบพันธุ์

ที่มา : ดร.วิชาญ มะวิญธร.สุขศึกษา๖.นนทบุรี.บริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด.๒๕๕๙.

ระบบประสาท

วันอาทิตย์ ที่ ๕ เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.๒๕๖๐
ระบบประสาท เป็นระบบอวัยวะที่มีความสำคัญมากของร่างกาย เป็นระบบที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของร่างกายทำให้ระบบต่างๆ ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี ระบบประสาททำหน้าที่รับความรู้สึกตลอดจนควบคุมความคิด สติปัญญา และทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ทำให้คิดเป็น มีเหตุผล แก้ปัญหาได้ เป็นการรักษาความสมดุลในร่างกายให้ดำรงชีวิตอย่างปกติ หากมีความผิดปกติใดๆกับสมอง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ร่างกายเกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้

ที่มา : ดร.วิชาญ มะวิญธร.สุขศึกษา๖.นนทบุรี.บริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด.๒๕๕๙.